ประเมินสถานศึกษารอบ 4 ต.ค.นี้ โละ”รับรอง-ไม่รับรอง”

กรกฎาคม 9, 2017 4:03 am โดย admin
0
111

มื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้หารือร่วมกับ ผู้บริหารสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) และหน่วยงานใน ศธ.ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินคุณภาพสถานศึกษา โดยหลักการที่ประชุมเห็นตรงกันว่า การประเมินคุณภาพสถานศึกษาในระยะนี้ จะไม่มีการประเมินเพื่อรับรองหรือไม่รับรองคุณภาพสถานศึกษา แต่จะเป็นการประเมินเพื่อพัฒนาสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ในการประเมินจะดำเนินการตามกรอบมาตรฐานที่ตกลงร่วมกันระหว่าง ศธ.กับ สมศ.ซึ่งจะเป็นกรอบมาตรฐานกว้างๆ และให้สถานศึกษาแต่ละสังกัดไปจัดทำรายละเอียดการประเมินของตนเอง ซึ่งต่อไปจะไม่มีมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาของแต่ละสังกัดอีกแล้ว จะมีเพียงมาตรฐานเดียวที่ ศธ.และ สมศ.เห็นชอบร่วมกัน ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า เมื่อได้กรอบมาตรฐานกลางซึ่ง สมศ.และ ศธ.เห็นชอบร่วมกันแล้ว สถานศึกษาจะไปพัฒนาตัวเองตามแนวทางที่กำหนด และเขียนรายงานการพัฒนาตัวเองส่งมายังต้นสังกัด จากนั้น สมศ.และต้นสังกัดจะส่งผู้ประเมินลงไป ซึ่งผู้ประเมินประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจาก 3 กลุ่ม คือผู้ทรงคุณวุฒิจาก สมศ. ผู้ทรงคุณวุฒิจาก ศธ. และกลุ่ม ผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่คนละจังหวัด ทั้งนี้การประเมินจะไม่เน้นเอกสาร แต่เป็นการประเมินในเชิงคุณภาพจากการพูดคุยและสังเกตการณ์ โดยกรอบการประเมินจะดูในเรื่องของคุณภาพผู้เรียน คุณภาพการเรียนการสอน คุณภาพการบริหาร และคุณภาพของการประกัน ซึ่งได้ย้ำเป็นพิเศษในส่วนของคุณภาพการเรียนการสอน ขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะใหม่ ซึ่งได้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม “สิ่งที่จะดำเนินการระยะนี้คือ สมศ.จะจัดส่งร่างกรอบมาตรฐานการประเมินแต่ละสังกัด ทั้งก่อนวัยเรียน ระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษาให้ ศธ.พิจารณา เพื่อยืนยันว่าเป็นกรอบมาตรฐานที่เห็นชอบร่วมกัน จากนั้นภายในเดือนกรกฎาคมนี้ สมศ.จะเดินหน้ารับฟังความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้อง จัดอบรมพัฒนาผู้ทรงคุณวุฒิที่จะต้องลงไปประเมินสถานศึกษาแต่ละกลุ่มอย่างเข้มข้นในช่วงเดือนสิงหาคม คาดว่าจะสามารถเริ่มประเมินสถานศึกษารอบ 4 ได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยกลุ่มที่จะเข้ารับการประเมินรุ่นแรกขอให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ ส่วนจะนำร่องจำนวนเท่าไรนั้น ต้องพิจารณาความเหมาะสมร่วมกันอีกครั้ง” นายชัยพฤกษ์กล่าว ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

ที่มา http://www.matichon.co.th/po




แสดงความคิดเห็น